Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2542

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - ธนาคาร ทหาร ไทย จำกัด ( มหาชน จำเลย - นายแสด

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1(5) 179 208 ป.วิ.พ. ม.1(5) ม.179 ม.208

3. เนื้อหา

จำเลยระบุในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เพียงว่า หากจำเลยได้มีโอกาสยื่นคำให้การต่อสู้คดีแล้ว ย่อมทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไปเพราะความจริงแล้วจำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนตามฟ้องของโจทก์ โดยจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องในส่วนใดอย่างไรทั้งไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งว่าหากพิจารณาใหม่แล้วศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างจากที่ได้ พิพากษาไปแล้ว คำร้อง ของ จำเลยจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง การที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้จะต้องให้ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เสียก่อนเมื่อคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยขาดองค์ประกอบสำคัญที่ศาลจะพึงรับไว้ได้และศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องแล้วกรณีจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องอีกต่อไป


คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวน1,990,133.54 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,793,457.62 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,990,113.54 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,793,457.72 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2540 ว่า จำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโดยอ้างว่าไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง เนื่องจากจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาตามฟ้องโจทก์เพราะได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว หากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีย่อมทำให้ผลคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงเพราะความจริงแล้วจำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนตามฟ้อง และต่อมาวันที่ 30 พฤษภาคม 2540 จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โดยเพิ่มข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล

ศาลชั้นต้นสั่งคำร้อง ของ จำเลยในวันที่ 5 มิถุนายน 2540 ว่าตามคำร้องมิได้คัดค้านคำพิพากษาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ให้ยกคำร้องและสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในวันเดียวกันว่า ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่แล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้อง ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลหรือไม่ เห็นว่า จำเลยระบุในคำร้องเพียงว่าหากจำเลยได้มีโอกาสยื่นคำให้การต่อสู้คดีแล้ว ย่อมทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไปเพราะความจริงแล้วจำเลยเป็นหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนตามฟ้องของโจทก์โดยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องในส่วนใดอย่างไร ทั้งไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งว่าหากพิจารณาใหม่แล้วศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว คำร้อง ของ จำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา 208 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ส่วนคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยนั้น เห็นว่า การที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องได้จะต้องให้ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เสียก่อนจึงจะพิจารณาสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องได้เมื่อคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยขาดองค์ประกอบสำคัญที่ศาลจะพึงรับไว้ได้และศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องแล้วกรณีจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องอีกต่อไป

พิพากษายืน

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ วิเทพ ศิริพากย์ ระพินทร บรรจงศิลป ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ