Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2530

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นายมะม่วง จำเลย - พันตำรวจเอกประดู่

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 45 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 199 209 ป.พ.พ. ม.45 ป.วิ.พ. ม.199 ม.209

3. เนื้อหา

จำเลยมีถิ่นที่อยู่หลายแห่ง ซึ่งอยู่สับเปลี่ยนกันไปที่ระบุในฟ้องก็เป็นถิ่นที่อยู่แห่งหนึ่ง จึงเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลย พนักงานเดินหมายไปทำการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง และปิดหมายนัดสืบพยานโจทก์ตามคำสั่งศาลให้แก่จำเลยที่บ้านที่ระบุในคำฟ้อง ถือได้ว่าได้ส่งหมายนั้น ๆให้แก่จำเลยโดยชอบ จำเลยรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้วไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด รับหมายนัดสืบพยานโจทก์แล้วไม่ไปศาลในวันนัดสืบพยาน ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้.


โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง และได้ออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน แต่ยังส่งคำบังคับให้จำเลยไม่ได้

จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่า จำเลยมีภูมิลำเนาแห่งอื่นไม่ใช่ที่ระบุในฟ้อง จึงไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง

โจทก์ไม่แถลงคัดค้านคำขอของจำเลย

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้หรือไม่ ปัญหานี้แม้จำเลยจะมีสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ล.1 มาแสดงว่า ขณะที่จำเลยถูกโจทก์ฟ้อง จำเลยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 535 แขวงถนนพญาไทเขตพญาไท กรุงเทพมหานครก็ตาม แต่โจทก์ก็ส่งอ้างนามบัตรเอกสารหมายจ.5 เป็นพยาน ในนามบัตรดังกล่าว นอกจากจะมีชื่อและตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยพิมพ์ไว้แล้ว ในนามบัตรยังพิมพ์บอกบ้านที่อยู่และสำนักงานของจำเลยไว้ด้วย ปรากกว่าบ้านเลขที่ 535 แขวงถนนพญาไทเขตพญาไท ที่จำเลยอ้างว่าเป็นภูมิลำเนาของจำเลยนั้น ตามนามบัตรเป็นเพียงสำนักงานของจำเลยส่วนบ้านที่อยู่อาศัยจริง ๆ ตามนามบัตรคือบ้านเลขที่ 4/4 ซอยสหกรณ์ 4 ถนนสุขาภิบาล 2 เขตบางกะปิ ที่โจทก์ระบุในฟ้องนั่นเอง นอกจากนี้ตามนามบัตรได้ระบุหมายเลขโทรศัพท์สถานที่ราชการ โทรศัพท์ที่ใช้ในสำนักงานและที่บ้านทั้งสามแห่งโดยเฉพาะโทรศัพท์หมายเลข 3945211 จำเลยรับว่าเป็นโทรศัพท์ที่ที่ทำงานของจำเลย โทรศัพท์หมายเลข 2519090 จำเลยก็ว่าตรงกับหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้านเลขที่ 535 แขวงถนนพญาไท เขตพญาไทซึ่งเป็นสำนักงานของจำเลย ไม่เชื่อว่าจะมีใครแกล้งพิมพ์นามบัตรนี้ไว้ใช้ นอกจากจำเลยพิมพ์ไว้ใช้เอง ได้ความว่า เมื่อวันที่ 6พฤศจิกายน 2526 พนักงานเดินหมายกรมบังคับคดีไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่บ้านซึ่งเป็นภูมิลำเนาในคำฟ้อง พบชายคนหนึ่งอยู่ในบ้าน วันที่ 22 มกราคม 2527 ไปส่งหมายนัดสืบพยานโจทก์ พบหญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้าน ไม่ยอมรับหมายไว้แทนจำเลยพนักงานเดินหมายได้ทำการปิดหมายไว้ทั้งสองครั้งก็ไม่มีใครปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยมีถิ่นที่อยู่หลายแหน่ง ซึ่งอยู่สับเปลี่ยนกันไป บ้านเลขที่ 4/4ซอยสหกรณ์ 4 ถนนสุขาภิบาล 2 เขตบางกะปิ ที่ระบุในคำฟ้องจึงเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลย พนักงานเดินหมายไปทำการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง และปิดหมายนัดสืบพยานโจทก์ตามคำสั่งศาล จึงถือว่าได้ส่งหมายนั้น ๆ ให้แก่จำเลยโดยชอบ จำเลยรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้ว ไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดรับหมายนัดสืบพยานโจทก์แล้วไม่ไปศาลในวันสืบพยาน ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้".

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ เสรี แสงศิลป์ สุชาติ จิวะชาติ อำนวย เปล่งวิทยา

5. ที่มา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

6. หมายเหตุ

หมายเหตุประเด็นที่ว่าได้ส่งหมายเรียกให้ยื่นคำให้การ และหมายนัดสืบพยานให้แก่จำเลยโดยชอบแล้วหรือไม่ เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งน่าจะแยกออกจากประเด็นที่ว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโดยจงใจหรือไม่ ได้เป็นสองขั้นตอนต่างหากจากกันการส่งหมายชอบนั้นเป็นเงื่อนไขให้ฟังว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาได้ตาามประมวลกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 แต่หาได้มีผลต่อเนื่องให้ฟังว่าเป็นการขาดนัดโดยจงใจเสมอไปด้วยไม่ ปัญหาว่าขาดนัดโดยจงใจหรือไม่นั้นเป็นเงื่อนไขของการอนุญาตให้จำเลยซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ หรือขาดนัดพิจารณามีโอกาสยื่นคำให้การหรือขอพิจารณาคดีใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา199,205 และ 209 แล้วแต่กรณี แม้การส่งหมายเรียกหรือหมายนัดจะกระทำโดยชอบอันเป็นเหตุให้ถือได้ว่าจำเลยขาดนัด แต่จำเลยผู้ขาดนัดก็ยังอาจขอยื่นคำให้การหรือพิจารณาคดีใหม่ได้ ถ้าสามารถแสดงให้ศาลเห็นได้ว่าตนมิได้จงใจขาดนัดหากกฎหมายถือว่าการส่งหมายโดยชอบถือเป็นเหตุให้ฟังว่าเป็นการขาดนัดโดยจงใจด้วยเสมอไปแล้วผู้ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จะไม่มีโอกาสร้องขอยื่นคำให้การหรือขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้เลย ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้คงมิได้ประสงค์จะวางหลักกฎหมายให้เป็นการตายตัวเช่นนั้นที่วินิจฉัยว่าจำเลยจงใจขาดนัดนั้นน่าจะเป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยจากพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีทั้งหมดประกอบกัน หาได้อาศัยเรื่องการส่งหมายโดยชอบเป็นเหตุผลเพียงประการเดียวไม่. จรัญภักดีธนากุล.

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ