Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1873/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1873/2517

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นางสาวกระโดน กับพวกรวม 4 คน จำเลย - นายยี่โถ กับพวกรวม 2 คน

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1524 1526 1529 1530(3) 1627 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 183 138 ป.พ.พ. ม.1524 ม.1526 ม.1529 ม.1530(3) ม.1627 ป.วิ.พ. ม.183

3. เนื้อหา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรที่ ค.บิดารับรองแล้วโดย ค. ให้ใช้นามสกุล ให้ที่พักอาศัยและอยู่ร่วมเรือนเดียวกันให้อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษา ค.ถึงแก่กรรม นาพิพาทจึงตกทอดเป็นของโจทก์ในฐานะเป็นทายาทจำเลยให้การว่านาเป็นของจำเลย โจทก์ทั้งสี่ไม่เป็นทายาทอันชอบด้วยกฎหมายของ ค. ในวันชี้สองสถาน คู่ความตกลงท้ากันในประเด็นข้อเดียวว่าถ้าหากศาลวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ค. โจทก์ยอมแพ้คดี ดังนี้ เมื่อโจทก์นำสืบได้ความแต่เพียงว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายที่ ค. บิดาได้รับรองแล้วเท่านั้น โจทก์ทั้งสี่ก็ย่อมมิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ค. โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า เพราะกรณีของโจทก์ หากจะให้เกิดผลให้โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ค. จะต้องฟ้องคดีให้รับโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1529 และจะต้องมีคำพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรของ ค. ตามมาตรา 1530(3) เสียก่อน ส่วนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1524 นั้น เป็นเรื่องราววิธีพิสูจน์การเป็นบุตรที่เกิดในระหว่างที่มีการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ที่บัญญัติว่าบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย หากแต่ให้มีสิทธิเกี่ยวกับมรดกของชายผู้ให้กำเนิดเท่านั้น


โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ๒๐ ปีมานี้ นายมะยม ได้นางมะเดื่อ มารดาโจทก์เป็นภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรด้วยกันคือโจทก์ผู้เยาว์ทั้งสี่ นายมะยม ได้รับรองโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยให้ใช้นามสกุลของนายมะยมผู้เป็นบิดา ให้ที่พักอาศัยและอยู่ร่วมเรือนเดียวกันให้อุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษาโจทก์ทั้งสี่จึงเป็นบุตรของนายมะยมตามกฎหมาย นายมะยม กับมารดาโจทก์มีสิทธิครอบครองที่นาร่วมกัน ๑ แปลง เมื่อนายมะยม ถึงแก่กรรม ที่นาดังกล่าวตกทอดมาเป็นของโจทก์ในฐานะเป็นทายาท และมารดาโจทก์เป็นเจ้าของนาพิพาทร่วมกับผู้ตายโจทก์และมารดาโจทก์ได้ครอบครองทำนาพิพาทติดต่อกันมาทุกปี เมื่อเดือน ๗ ปีนี้จำเลยทั้งสองได้เข้าไปทำนาพิพาทของโจทก์ทั้งแปลงขอให้ศาลพิพากษาว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากนาพิพาท และให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า นาพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่นานายมะม่วงบิดาจำเลย เมื่อบิดาจำเลยถึงแก่กรรม จำเลยได้เข้าครอบครองทำนาพิพาทและที่นาที่ไม่พิพาทตลอดมานายมะยมสามีโจทก์เป็นพี่ชายจำเลยที่ ๒ เป็นสามีโจทก์ไม่ได้จดทะเบียนสมรส บุตรโจทก์ไม่เป็นทายาทอันชอบด้วยกฎหมายนายมะยมสามีโจทก์ไม่เคยเข้าทำนาพิพาทหากศาลฟังว่าโจทก์และบุตรโจทก์เป็นทายาทของนายมะยมจริงโจทก์และบุตรไม่เคยเข้าครอบครองนาพิพาทในฐานะเจ้าของ และตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความมรดกของนายมะม่วงในส่วนของนายมะยมตกมายังจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นทายาทของนายมะยม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

วันชี้สองสถาน คู่ความตกลงท้ากันให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อเดียวว่า โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๔ เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมะยมจวงสังข์ หรือไม่ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยยอมแพ้คดีถ้าศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมะยมจวงสังข์โจทก์ยอมแพ้คดีโดยทั้งสองฝ่ายขอสละข้ออ้างและข้อต่อสู้ตามประเด็นอื่นเสียทั้งสิ้น

ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมะยม โจทก์ต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมะยมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๔ จำเลยต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษากลับเป็นว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากนาพิพาทของโจทก์กับให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองฎีกา

ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรที่เกิดจากนายมะยมและนางมะเดื่อมิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายนายมะยมได้รับรองโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยเป็นคนแจ้งการเกิดของโจทก์ทั้งสี่ให้ใช้นามสกุลของนายมะยมและอยู่ร่วมเรือนเดียวกันนายมะยมเป็นคนนำโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ฝากเข้าโรงเรียนทางโรงเรียนออกใบสุทธิให้โจทก์ที่ ๑ เมื่อเรียนจบชั้นประถมปีที่ ๔ เป็นหลักฐานว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นบุตรของนายมะยม และเป็นที่ทราบทั่วไปในหมู่บ้านว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรของนายมะยมนางมะเดื่อ

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายมะยมบิดาได้รับรองว่าเป็นบุตรแล้ว เท่านั้น หากจะให้เกิดผลให้โจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมะยมจะต้องฟ้องคดีให้รับโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๒๙ และจะต้องมีคำพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นบุตรของนายมะยมจวงสังข์ ตามมาตรา ๑๕๓๐ (๓) เสียก่อน ส่วนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๔ นั้น เป็นเรื่องราววิธีพิสูจน์การเป็นบุตรที่เกิดในระหว่างที่มีการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีของโจทก์ทั้งสี่จึงมิใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายมะยม ที่โจทก์ทั้งสี่แก้ฎีกาว่ากรณีของโจทก์ทั้งสี่ต้องด้วยมาตรา ๑๖๒๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา ๑๖๒๗ ที่บัญญัติให้บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ให้ถือว่าเป็นสืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้นั้นยังไม่ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหากแต่ให้มีสิทธิเกี่ยวกับมรดกของชายผู้ให้กำเนิดได้เท่านั้นเช่นเดียวกับกรณีของโจทก์ทั้งสี่ แต่โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายมะยม โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ แผ้ว ศิวะบวร สัญชัย สัจจวานิช ชุ่ม สุนทรธัย

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ