Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2542

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นางฟ้า จำเลย - บริษัท เฟิสท์อินเตอร์เนชั่นแนลแลปปิดารี่ จำกัด

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 79 208 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 26 31 ป.วิ.พ. ม.79 ม.208 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522 ม.26 ม.31

3. เนื้อหา

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มิได้กำหนดระยะเวลาให้คู่ความฝ่ายซึ่งศาลมีคำสั่งขาดนัดพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แพ้คดีในประเด็นที่พิพาทยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ไว้กรณีจึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208มาใช้บังคับโดยอนุโลม ศาลแรงงานได้ออกคำบังคับและให้ส่งคำบังคับแก่จำเลยโดยสั่งว่า การส่งหากไม่มีผู้รับแทนให้ปิดและให้มีผลทันทีแต่คำบังคับของศาลระบุข้อความไว้เพียงว่า ให้การปิดคำบังคับมีผลตามกำหนดระยะเวลาในหมายนี้ และให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับคำบังคับเป็นต้นไป ข้อความที่ระบุไว้ในคำบังคับดังกล่าวหาได้มีความหมายว่า การปิดคำบังคับให้มีผลทันที จำเลยจึง ไม่อาจทราบได้ว่าศาลแรงงานมีคำสั่งให้การส่งคำบังคับ มีผลทันทีในกรณีที่มีการปิดคำบังคับกรณีจึงต้องอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคสองประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ที่กำหนดว่า การส่งคำบังคับ ให้แก่จำเลยโดยวิธีอื่นแทนนั้นให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อ กำหนดเวลาสิบห้าวันหรือระยะเวลานานกว่านั้นตามที่ศาล เห็นสมควรกำหนดได้ล่วงพ้นไปแล้วนับแต่เวลาที่คำบังคับ ได้ปิดไว้ จำเลยย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย


คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าทำงานในวันหยุดค่าชดเชย ค่าคอมมิชชั่น และเงินโบนัสแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 18,333 บาทค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 2,666 บาท ค่าทำงานในวันหยุดตามประเพณีจำนวน 3,330 บาท ค่าชดเชยจำนวน 10,000 บาทค่าคอมมิชชั่นจำนวน 5,461 บาท และเงินโบนัสจำนวน38,041 บาท แก่โจทก์

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับแรกศาลแรงงานกลางสั่งว่าคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยเป็นคำขอที่มิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลจึงไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคสอง ให้ยกคำร้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับที่สอง ลงวันที่ 19พฤศจิกายน 2541 ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ปรากฏตามคำร้องของจำเลยว่าจำเลยทราบคำบังคับเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2541จำเลยยื่นคำร้องเกินกำหนด 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับให้จำเลยโดยมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุแห่งการยื่นคำขอล่าช้า ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับที่สองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มิได้กำหนดระยะเวลาให้คู่ความฝ่ายซึ่งศาลมีคำสั่งขาดนัดพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แพ้คดีในประเด็นที่พิพาทยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

คดีนี้แม้ศาลแรงงานกลางได้ออกคำบังคับและให้ส่งคำบังคับแก่จำเลยโดยสั่งว่า การส่งหากไม่มีผู้รับแทนให้ปิดและให้มีผลทันทีซึ่งมีอำนาจสั่งให้มีผลทันทีได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 26 แต่คำบังคับดังกล่าวหาได้มีข้อความระบุไว้ว่าการปิดคำบังคับให้มีผลทันทีตามคำสั่งของศาลแรงงานกลางไม่ คงมีข้อความเพียงว่าให้การปิดคำบังคับมีผลตามกำหนดระยะเวลาในหมายนี้ และคำบังคับยังกำหนดต่อไปอีกว่า ให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับคำบังคับนี้เป็นต้นไป เห็นได้ว่า ข้อความที่ระบุไว้ในคำบังคับดังกล่าวไม่ได้มีความหมายว่าการปิดคำบังคับให้มีผลทันทีแต่อย่างใดจำเลยจึงไม่อาจทราบได้ว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้การส่งคำบังคับมีผลทันทีในกรณีที่มีการปิดคำบังคับดังนั้น กรณีต้องอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ที่กำหนดว่าการส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยวิธีอื่นแทนนั้นให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดเวลาสิบห้าวันหรือระยะเวลานานกว่านั้นตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดได้ล่วงพ้นไปแล้วนับแต่เวลาที่คำบังคับได้ปิดไว้หรือการโฆษณาหรือวิธีอื่นใดตามที่ศาลสั่งนั้นได้ทำหรือได้ตั้งแต่ต้นแล้ว ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ว่าพนักงานเดินหมายได้ปิดคำบังคับไว้ ณ ภูมิลำเนาตามฟ้องเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2541ซึ่งจะครบกำหนดยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2541จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับที่สองในวันที่ 19 พฤศจิกายน2541 จึงเป็นการยื่นภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคหนึ่งชอบที่ศาลแรงงานกลางจะไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ฉบับดังกล่าวของจำเลยก่อนว่ามีเหตุที่จะพิจารณาใหม่หรือไม่ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องเกินกำหนด15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยและให้ยกคำร้องนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลางลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 ให้ศาลแรงงานกลางไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยฉบับลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ วิรัตน์ ลัทธิวงศกร อร่าม หุตางกูร ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ