Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2524

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นางกล้วยไม้ จำเลย - นายองุ่น

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 79 208 ป.วิ.พ. ม.79 ม.208

3. เนื้อหา

คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งจะต้องยื่นภายในไม่เกินหกเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้ว ถ้าการส่งคำบังคับได้กระทำโดยมิชอบจะถือว่ามีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นเวลากำหนดไม่ได้

การส่งหมายโดยใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์และปิดประกาศหน้าศาลโดยไม่ปรากฏเหตุที่ไม่สามารถจะส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักงานทำการงานที่แน่นอนของจำเลยนั้น ย่อมไม่ชอบ


โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาทเรียกค่าเช่าที่ค้างและค่าขาดประโยชน์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี

ต่อมาระหว่างบังคับคดีจำเลยขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องไม่ปรากฏรายละเอียดและยื่นพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำขอพิจารณาใหม่ของจำเลยสรุปความได้ว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องคดีนี้มาก่อน เพราะจำเลยกับภริยาไปทำการค้าอยู่ที่จังหวัดตรัง โจทก์ทราบที่อยู่ของจำเลยที่จังหวัดตรังเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่จังหวัดตรัง (ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์) เป็นการปิดบังไม่ให้จำเลยทราบคำฟ้อง ไม่ให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีทั้ง ๆ ที่จำเลยมีโอกาสชนะคดีอย่างแน่นอน เนื่องจากจำเลยได้เซ้งตึกแถวพิพาทจากโจทก์แล้ว และต่อมาจำเลยได้ให้โจทก์เช่าตึกแถวนี้อยู่ด้วย ทั้งมีกรณีจำเลยแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับโจทก์กับพวกในข้อหาบุกรุก (ห้องพิพาท) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา ระหว่างดำเนินคดีโจทก์จำเลยได้พบกันทั้งจำเลยเดินทางจากจังหวัดตรังมาพักที่ตึกแถวพิพาทบ่อย ๆแต่โจทก์ปิดบังไม่แจ้งให้จำเลยทราบถึงการฟ้องคดีนี้ จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องจากประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยในวันที่ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่นี้เอง คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่ได้ขาดนัด และได้คัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล รวมทั้งเหตุแห่งการที่ยื่นคำขอล่าช้าครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคท้าย แล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าคำร้องไม่ปรากฏรายละเอียดไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา

ส่วนปัญหาที่ว่า จำเลยมีคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันยึดทรัพย์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๘ วรรคแรกนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยกรณีห้ามมีคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อพ้นเวลาที่กำหนดในมาตรา ๒๐๘ วรรคแรกนั้น จะต้องเป็นกรณีที่ได้มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้ว ถ้าการส่งคำบังคับกระทำโดยมิชอบ จะถือว่ามีคำขอให้พิจารณาใหม่พ้นเวลาที่กำหนดมิได้ ปรากฏจากหลักฐานในสำนวนว่าการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องคดีนี้ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์การแจ้งให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับก็ใช้วิธีปิดประกาศที่หน้าศาล ทั้งนี้โดยไม่ปรากฏเหตุที่ไม่สามารถจะส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยแต่ประการใด หากจำเลยมีภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานที่แน่นอนการปฏิบัติเช่นนั้นย่อมไม่ชอบกรณีจึงต้องไต่สวนคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยเสียก่อน

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ ประสม ศรีเจริญ เพียร ศรีอรุณ สง่า อำพันแสง

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ