คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2505/2515

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นางดอกบัว จำเลย - นางสาวทานตะวัน

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 406 1534 1719 ป.พ.พ. ม.406 ม.1534 ม.1719

3. เนื้อหา

จำเลยฟ้องแย้งโจทก์ในฐานะจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย มิได้ฟ้องแย้งในนามทายาทซึ่งเป็นบุตรโจทก์ไม่เป็นอุทลุม

โจทก์รู้อยู่ก่อนแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะได้รับมรดกตามพินัยกรรม และพินัยกรรมได้ห้ามไม่ให้โจทก์เกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก แต่ในฐานะที่โจทก์เป็นภรรยาของผู้ตายโจทก์เห็นว่าโจทก์ควรจะมีส่วนเป็นเจ้าของมรดกครึ่งหนึ่งจึงได้ซ่อมแซมห้องพิพาทไปโดยสุจริตใจ เข้าใจว่ามีสิทธิทำได้ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าซ่อมแซมห้องพิพาทคืนได้


โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภรรยานายจำปา ผู้ตายมาเป็นเวลา ๔๒ ปีแล้ว โดยมิได้จดทะเบียนสมรส และมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินและห้องแถวไม้ รวมราคา ๖๐,๐๐๐ บาท ภายหลังที่นายจำปา ถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์เป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินดังกล่าวปรากฏว่าห้องแถวไม้เลขที่ ๖๔, ๖๖, ๖๘ และ ๗๐ ชำรุดทรุดโทรมกำลังจะพังลงน้ำ โจทก์จำเป็นต้องซ่อมแซมและดัดแปลงเป็นห้องแถวไม้ชั้นเดียว เป็นเงิน ๓๒,๐๐๐ บาท

จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายจำปา โจทก์ให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินที่โจทก์กับนายจำปา มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันและให้จ่ายค่าซ่อมแซมห้องแถวให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๑๖,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ยอม ขอให้จำเลยจัดการแบ่งทรัพย์สินตามฟ้องให้โจทก์ครึ่งหนึ่งและให้จำเลยชดใช้ค่าซ่อมแซมห้องแถวแก่โจทก์ด้วย

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นภรรยาน้อยของนายจำปาโจทก์ทิ้งร้างนายจำปาไป ๑๑-๑๕ ปีแล้ว ทรัพย์สินตามฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของนายจำปา ก่อนโจทก์มาเป็นภรรยาน้อยนายจำปา ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ดังกล่าวให้นายประดู่ และตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์มิได้ซ่อมแซมและดัดแปลงห้องแถวเลขที่ ๖๔, ๖๖, ๖๘ และ ๗๐ แต่อย่างใดเมื่อนายจำปากุ่ยแซ่ตั้ง ถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์เก็บค่าเช่าห้องแถวตลอดมา ไม่ยอมให้จำเลยเก็บ เป็นเวลา ๑๒ เดือน เป็นเงิน ๑๙,๘๐๐ บาท และโจทก์ไม่ยอมส่งต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) เลขที่ ๑๕๑และแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.๑) เลขที่ ๑๕๐ ของนายจำปาตามที่จำเลยขอ จึงขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ส่งมอบค่าเช่า น.ส.๓และ ส.ค.๑ ดังกล่าวให้จำเลย และห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินและห้องแถวของนายจำปา ต่อไป

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยทิ้งร้างไปจากนายจำปา โจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินและห้องแถวครึ่งหนึ่งโจทก์ไม่ทราบเรื่องนายจำปากุ่ยทำพินัยกรรม หากทำจริงก็เป็นโมฆะโจทก์มีอำนาจโดยชอบที่จะรื้อถอนดัดแปลงและสร้างใหม่ และลงทุนไป ๓๒,๐๐๐ บาทเศษโจทก์เก็บค่าเช่าได้เพียง ๕,๗๒๐ บาท จำเลยไม่มีอำนาจที่จะเรียก น.ส.๓จากโจทก์ โจทก์มีสิทธิยึดหน่วงค่าเช่าเพื่อหักหนี้ในการซ่อมแซมห้องแถวพิพาท ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจำปา ใช้ค่าซ่อมแซมห้องพิพาทให้โจทก์เป็นเงิน ๖,๔๐๐ บาท ให้โจทก์มีสิทธิอาศัยในห้องพิพาทเลขที่ ๖๙ สองคูหาส่วนที่ดินและห้องพิพาทนอกนั้นห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง ให้จำเลยรับหนังสือรับรองการทำประโยชน์หมาย ล.๑๑ ไปจัดการมรดกได้ ส่วนแบบแจ้งการครอบครองที่พิพาทไม่มีที่โจทก์ ให้เป็นหน้าที่จำเลยไปติดต่อกับเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อจัดการมรดกเอาเอง คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยเพราะเป็นคดีอุทลุม ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกชดใช้ค่าซ่อมแซมห้องแถวพิพาทเลขที่ ๖๔, ๖๖ เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาทนอกจากที่แก้คงให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้นทุกประการ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยเรื่องฟ้องแย้งของจำเลยเป็นอุทลุมหรือไม่ นั้นเห็นว่า ถึงแม้นายชมพู่ผู้รับมรดกของนายจำปา ผู้ตายจะเป็นบุตรของโจทก์ก็ดี แต่จำเลยได้ฟ้องแย้งโจทก์ในฐานะจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายจำปากุ่ยผู้ตายมิได้ฟ้องแย้งในนามของนายชมพู่ คดีจึงไม่เป็นอุทลุม

จำเลยฎีกาว่า ค่าซ่อมแซมห้องพิพาทนั้น โจทก์ได้รู้อยู่ก่อนแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะได้รับมรดกตามพินัยกรรม และพินัยกรรมได้ห้ามไม่ให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก

ข้อเท็จจริงคงได้ความตามที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า ภายหลังที่นายจำปากุ่ยตายได้ราว ๑๐ วัน โจทก์ไปขอรับมรดกที่อำเภอและเอาพินัยกรรมไปด้วย นายมรกตเจ้าหน้าที่อำเภอได้อ่านพินัยกรรมให้ฟัง โจทก์ก็ไม่คัดค้านและลงชื่อในบันทึกถ้อยคำไว้ด้วย เป็นหลักฐานที่ฟังได้ว่าโจทก์ได้ทราบแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะได้รับมรดกตามพินัยกรรม แต่ในฐานะที่โจทก์ก็เป็นภรรยาของนายจำปากุ่ยผู้ตาย โจทก์เห็นว่าโจทก์ควรจะมีส่วนเป็นเจ้าของมรดกครึ่งหนึ่งศาลฎีกาเชื่อว่าโจทก์เข้าใจเช่นนั้นโดยสุจริตใจ อีกประการหนึ่งผู้ที่จะได้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมได้คือนายชมพู่บุตรของโจทก์นั่นเองโจทก์จึงได้ทำการรื้อห้องแถว ๒ ห้องสร้างใหม่เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นแม้ในพินัยกรรมจะมีข้อห้ามมิให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินตามพินัยกรรม โจทก์ก็ได้กระทำไปโดยเข้าใจว่ามีสิทธิทำได้

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะในประเด็นเรื่องฟ้องแย้งของจำเลยให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่ ถ้าจำเลยจะฎีกาขึ้นมาใหม่ ก็ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ส่วนในเรื่องค่าซ่อมแซมห้องพิพาทนั้น คงยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ แผ้ว ศิวะบวร ประสาท สุคนธมาน ประพนธ์ ศาตะมาน

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ