Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2595/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2595/2529

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นายมรกต กับพวก จำเลย - นายฟ้า

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 208วรรคท้าย ป.วิ.พ. ม.208วรรคท้าย

3. เนื้อหา

คำร้องขอพิจารณาใหม่กล่าวแต่เหตุที่จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาไม่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเพื่อให้เห็นว่าหากมีการพิจารณาใหม่จำเลยอาจชนะคดีได้คำของจำเลยไม่ชอบด้วยป.วิ.พ.มาตรา208วรรคท้ายศาลชอบที่จะยกคำร้องได้โดยไม่ต้องไต่สวน.


คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากตึกแถวพิพาทและชำระค่าเสียหายจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าเสมียนทนายผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยให้ฟังคำสั่งและกำหนดวันนัดพิจารณาแทนได้ลงเวลานัดในสมุดนัดความของทนายจำเลยผิดไปเป็นว่าศาลนัดสืบพยานโจทก์เวลา 13.30 นาฬิกา จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง ครั้นถึงวันนัดศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องขอให้พิจารณาใหม่มิได้มีข้อความคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208วรรคท้าย ไม่จำต้องไต่สวนคำร้องต่อไปจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น คู่ความจะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้ง ซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคท้าย คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยดังกล่าว ถึงเหตุที่จำเลยขาดนัดเพียงประการเดียวว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาทั้งนี้เพราะเสมียนทนายผู้รับมอบฉันทะลงเวลานัดของศาลในสมุดนัดความของทนายจำเลยผิดพลาดไป จำเลยจึงมิได้ร้องขอเลื่อนคดีเสียก่อนที่ศาลลงมือสืบพยาน มิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล เพื่อให้เห็นว่าหากมีการพิจารณาใหม่จำเลยอาชนะคดีได้ คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้ายที่ศาลจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองทำคำแก้ฎีกาเองจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้".

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ ไพจิตร วิเศษโกสิน อาจ ปัญญาดิลก ดำรง สายเชื้อ

5. ที่มา

แหล่งที่มา สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ1. ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ใช้คำว่า"คำขอพิจารณาใหม่" และระเบียบราชการฝ่ายตุลาการ ฉบับที่ 3 ก็ไม่ได้กำหนดให้คำขอพิจารณาใหม่ตามมาตรานี้ต้องทำเป็นคำร้อง เหมือนอย่างคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42, 198, 210,254, 261, 262, 264, 296 วรรค 1 ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(3) ก็บัญญัติว่า "คำฟ้องหมายความว่ากระบวนพิจารณาใด ๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาล ..ไม่ว่าจะได้เสนอในขณะที่เริ่มคดีโดยคำฟ้องหรือคำร้องขอหรือเสนอในภายหลังโดย...มีคำขอพิจารณาใหม่" ดังนั้นจึงเห็นว่าคำขอพิจารณาใหม่น่าจะสามารถกระทำได้ในรูปของคำขอ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นรูปคำร้อง แต่ในทางปฏิบัติแล้วคู่ความมักจะทำเป็นรูปคำร้องอย่างเช่นในคดีนี้ หากคู่ความทำเป็นรูปคำขอขึ้นมาศาลจะยกคำขอโดยอ้างว่าทำไม่ถูกต้องได้หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นศาลจะอ้างโดยอาศัยบทมาตราใด ข้อนี้เป็นเรื่องน่าคิดมาก 2. คดีเรื่องนี้ตัดสินตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเก่า ๆ จำนวนมากตั้งแต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2504 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 3. แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินว่าคำขอพิจารณาใหม่ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสองคือ คำพิพากษาที่ 442/2510, 1672/2512, 224/2521, 1639/2522 และ 3290/2525 4. คำขอพิจารณาใหม่เป็นคำขอที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยขึ้นความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นว่ามาแล้วในศาลล่าง ก็สามารถยกอ้างอิงในชั้นฎีกาได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2150/2515 (ประชุมใหญ่), 925/2526) 5. คำขอพิจารณาใหม่ที่เคยยื่นต่อศาลครั้งหนึ่งแล้ว หากปรากฎว่าศาลยกคำขอเสีย โดยอ้างว่ามิได้บรรยายครบองค์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 คู่ความก็สามารถยื่นคำขอพิจารณาใหม่ต่อศาลได้อีก แต่ต้องภายในกำหนดเวลาที่มาตรา 208 วรรคหนึ่งกำหนด จะถือว่าเป็นเรื่องดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ไม่ได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2494, 604/2510, 1900/2512, 740/2523)ทั้งนี้ คู่ความที่ยื่นคำขอพิจารณาใหม่ จะขอให้ถือเหตุที่ได้ขาดนัดตามที่กล่าวในคำขอฉบับแรกเป็นส่วนประกอบของคำของคำขอฉบับหลังก็ได้โดยไม่จำต้องบรรยายซ้ำอีก (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2510). ทวี ประจวบลาภ.

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ