Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2549

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลย - นายชบา

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 142 199เบญจ ป.วิ.พ. ม.142 ม.199เบญจ

3. เนื้อหา

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ จึงอยู่ภายใต้บังคับของ ป.วิ.พ. มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว จึงเป็นที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 7 ก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ แม้จำเลยมิได้ฎีกาในข้อที่โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์นี้แต่ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป


คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ยื่นฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งกระทำละเมิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยและได้รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกัน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้องเนื่องจากจำเลยไม่ได้อาศัยอยู่ ณ ภูมิลำเนาตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้องมาตั้งแต่ปี 2527 จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยได้มีโอกาสต่อสู้คดีย่อมจะทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้เอาประกันภัยและจำเลยได้ประนีประนอมยอมความกันแล้วโดยต่างฝ่ายต่างไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีอย่างใดซึ่งกันและกัน ขอให้พิจารณาคดีใหม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะยื่นเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ให้จำเลยยื่นคำให้การภายใน 15 วัน

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ กรณีจึงอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ซึ่งบัญญัติว่า "คำสั่งศาลที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นที่สุด แต่ในกรณีศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงเป็นที่สุดตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 7 ก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าว แม้จำเลยมิได้ฎีกาในข้อที่โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์นี้แต่ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยต่อไป"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกอุทธรณ์ของโจทก์และฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์และชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ มนตรี ยอดปัญญา สุรพล เจียมจูไร ชวลิต ตุลยสิงห์

5. ที่มา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ