คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2894/2552

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ ผู้ร้อง - นางสาวมะนาว ผู้คัดค้าน - นางกันเกรา

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1713 ป.พ.พ. ม.1713

3. เนื้อหา

การร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้นั้นต้องมีเหตุจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 (1) ถึง (3) เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ตายมีทรัพย์มรดกอื่นนอกจากที่ดินพิพาทซึ่งหลังจากศาลชั้นต้นตั้ง ม. เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ม. ได้จัดการมรดกเสร็จสิ้นแล้วก่อนที่ ม. จะถึงแก่ความตายโดยจดทะเบียนใส่ชื่อตนเองในโฉนดที่ดินพิพาทในฐานะผู้จัดการมรดกแล้วโอนที่ดินพิพาทให้แก่ ม. ในฐานะทายาทกรณีจึงไม่จำเป็นต้องตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอีก ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าการจัดการมรดกของ ม. ดังกล่าวไม่ถูกต้องนั้นเป็นข้อพิพาทในเรื่องของส่วนแบ่งมรดกซึ่งผู้ร้องชอบที่จะเสนอคดีเรียกร้องต่อกันโดยตรงอย่างคดีมีข้อพิพาทต่อไป


ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เมื่อปี 2538 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจ่าสิบเอกแดง เป็นผู้จัดการมรดกของจ่าโทมะพร้าว ผู้ตาย ต่อมาปี 2546 จ่าสิบเอกแดงถึงแก่ความตาย ผู้ร้องเป็นบุตรนางองุ่นรวี ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายแต่นางองุ่น ผู้ร้องจึงสืบมรดกต่อจากนางองุ่นวดีตามสิทธิ เนื่องจากจัดการมรดกของผู้ตายยังไม่เสร็จสิ้นและมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า จ่าสิบเอกแดงมรดกของผู้ตายเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ตายไม่มีทรัพย์มรดกใดๆ ต้องจัดการอีก ผู้ร้องกับพวกร่วมกันจัดทำเอกสารเพื่อให้ศาลเชื่อว่าการจัดการมรดกของผู้ตายยังไม่เสร็จสิ้น กรณีไม่มีเหตุขัดข้องในการจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงไม่มีเหตุที่จะตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจ่าโทมะพร้าว ผู้ตาย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนผู้ร้อง

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อปี 2538 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจ่าสิบเอกแดง เป็นผู้จัดการมรดกจ่าโทมะพร้าว ผู้ตาย ต่อมาปี 2546 จ่าสิบเอกแดงถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า กรณีมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ ผู้ร้องอ้างเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก 2 ประการ ประการแรก คือ ผู้ตายเป็นเจ้าหนี้เงินกู้นายบานเย็น ตามเอกสารหมาย ร.13 ซึ่งเป็นว่าผู้ตายถึงแก่ความตายไปตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจ่าสิบเอกแดงเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2538 แต่เอกสารหมาย ร.13 ซึ่งเป็นหนังสือที่นายบานเย็น ทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียวยอมรับว่าเป็นลูกหนี้เงินกู้ของผู้ตายทำขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม 2544 เป็นเวลาภายหลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายและจ่าสิบเอกแดงได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้วถึง 6 ปี และผู้ร้องก็ไม่ได้นำนายบานเย็นมาเบิกความยืนยันถึงการทำเอกสารหมาย ร.13 รวมทั้งมิได้มีหลักฐานในการทวงถามให้นายบานเย็นชำระหนี้ที่ค้างชำระแต่อย่างใด ข้อนำสืบของผู้ร้องจึงมีพิรุธไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟังได้ว่ามีเหตุขัดข้องเกี่ยวกับหนี้เงินกู้ดังกล่าว ประการที่สอง คือ ปัญหาเรื่องการแบ่งปันมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 31656 ตำบลวัดท่าพระ อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งปรากฏตามโฉนดที่ดนเลขที่ 31656 เอกสารหมาย ร.14 ว่ามีการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2538 ใส่ชื่อจ่าสิบเอกแดงในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้ว และในวันเดียวกันนั้นมีการโอนมรดกเฉพาะส่วนของผู้ตายให้เป็นของจ่าสิบเอกแดง จึงเป็นการจัดการมรดกเสร็จเรียบร้อยแล้ว และที่ดินมรดกแปลงนี้ก็ไม่มีชื่อผู้ตายเป็นเจ้าของอยู่ต่อไป ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่า จ่าสิบเอกแดงที่ดินมรดกแปลงนี้ไม่ถูกต้องก็เป็นข้อพิพาทในเรื่องของส่วนแบ่งมรดกซึ่งชอบที่จะเสนอคดีเรียกร้องต่อกันโดยตรงอย่างคดีมีข้อพิพาทต่อไป จึงไม่จำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดกด้วยเหตุดังกล่าวเพราะไม่เป็นประโยชน์แก่กองมรดกแต่ประการใด ดังนั้นข้ออ้างของผู้ร้องทั้งสองประการจึงฟังไม่ได้ว่ามีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก กรณีไม่ต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 (1) (2) ที่จะใช้สิทธิเรียกร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น"

พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนผู้คัดค้านโดยกำหนดค่าทนายความรวม 5,000 บาท

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ สิริรัตน์ จันทรา พิชัย อภิชาตอำมฤต ณรงค์พล ทองจีน

5. ที่มา

แหล่งที่มา สำนักวิชาการ

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ