Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3753/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3753/2534

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - เด็ก หญิง อุเทน ศรีชาลี โดยนางดาหลา โจทก์ - มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลย - นางน้ำเงิน โดยนายเงิน จำเลย - ผู้ เข้า เป็น คู่ความ แทน

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1599วรรคแรก 1627 1629(1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 247 ป.พ.พ. ม.1599วรรคแรก ม.1627 ม.1629(1) ป.วิ.พ.

3. เนื้อหา

โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายของ ส.และส. บิดาได้รับรองแล้วถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของ ส.และเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของส.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627,1629(1) โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับมรดกในทันทีที่ ส. ถึงแก่ความตายตามมาตรา1599 วรรคแรก หาจำต้องรอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกก่อนไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์ที่เป็นมรดกแก่โจทก์ได้ จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความโดยอ้างเพียงว่า จำเลยได้แสดงเหตุผลแจ้งชัดโดยละเอียดไว้ในอุทธรณ์ข้อ 2.4 แล้ว จึงถือเอาข้อความในอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาด้วย ฎีกาของจำเลยมิได้โต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247.


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วของนายทองหลาง ผู้ตายกับนางดาหลา จำเลยเป็นมารดาและผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาลชั้นต้นมีทรัพย์มีมรดกคือที่ดิน 2 แปลงและบ้าน1 หลัง โจทก์แจ้งจำเลยให้แบ่งมรดกแก่โจทก์แล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินและบ้านให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมทั้งหมด

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายทองหลางจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอแบ่งมรดก ที่ดินและบ้านพิพาทไม่ใช่ทรัพย์ของนายทองหลางแต่เป็นของนายฟ้า สามีจำเลยให้นายทองหลางแจ้งขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้แทน เหตุที่จำเลยขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายทองหลาง ก็เพื่อความสะดวกในการขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของที่ดินพิพาทคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่4416 และ น.ส.3 ก. เลขที่ 1830 ให้แก่โจทก์ และบ้านไม้ที่ตั้งอยู่บนที่ดินเลขที่ 4416 อย่างละครึ่งหนึ่ง ถ้าจำเลยไม่ยอมแบ่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมแบ่งแยกทั้งหมด

จำเลยอุทธรณ์

ก่อนที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยถึงแก่กรรม นายเงินบุตรจำเลยขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาต

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงพร้อมบ้านซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนายทองหลาง คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ในประเด็นนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายของนายทองหลางและนายทองหลางบิดาได้รับรองแล้วจำเลยฎีกาว่า แม้ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีคำสั่งศาลชี้ขาดว่าโจทก์เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายทองหลางแล้วโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่าจำเลยกล่าวอ้างแต่เพียงว่าโจทก์ยังมิได้เป็นทายาทเพราะไม่มีคำสั่งศาลให้เป็นเช่นนั้น จำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งว่าโจทก์มิใช่บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายของนายทองหลางและนายทองหลางบิดาได้รับรองแล้ว ถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายทองหลางและเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของนายทองหลางตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627, 1629(1) โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับมรดกในทันทีที่นายทองหลางถึงแก่ความตายตามมาตรา 1599 วรรคแรกหาจำต้องรอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกก่อนไม่โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์ที่เป็นมรดกแก่โจทก์ได้ส่วนที่จำเลยฎีกาต่อมาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น จำเลยอ้างมาในฎีกาเพียงว่า จำเลยได้แสดงเหตุผลแจ้งชัดโดยละเอียดไว้ในอุทธรณ์ข้อ 2.4 แล้ว จึงถือเอาข้อความในอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของฎีกานี้ด้วย เห็นว่า ฎีกาของจำเลยดังกล่าวมิได้โต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อนี้มาด้วยเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายืน.

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ ประจักษ์ พุทธิสมบัติ นิเวศน์ คำผอง ยงยุทธ ธารีสาร

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ