Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2506

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โดยนางเทียนกิ่ง - เด็กชายยมหิน โจทก์ - นิ่มวัฒนา มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม จล. - นายจำปา

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 197 200 208 226 ป.วิ.พ. ม.197 ม.200 ม.208 ม.226

3. เนื้อหา

ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีไปโดยจำเลยขาดนัด จำเลยร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ เมื่อปรากฎว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดและศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งภายหลังเมื่อศาลพิพากษาแล้ว ฉะนั้น จึงไม่เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณา โจทก์ย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้

การที่จำเลยไปอยู่ต่างประเทศโดยไม่ทราบว่าตนถูกฟ้องและถูกศาลพิพากษาให้แพ้คดีย่อมถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้ จำเลยจึงอาจยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208


คดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่าของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล

ะชั้นพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากตึกเช่า กับให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

ในระหว่างออกคำบังคับ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์คัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ฟังว่าจำเลยได้หลลบหนีคดีออกเช็คไม่มีเงินไปในระยะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ จะฟังว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ หรือขาดนัดพิจารณายังไม่ได้ มีคำสั่งให้พิจารณาใหม่

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาใหม่นี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามที่จำเลยคัดค้านไว้ในคำแก้ฎีกาหรือไม่ เพราะถ้าเป็นก็ไม่เข้าข้อยกเว้นอันจะอุทธรณ์ฎีกาได้ เห็นว่าศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาไปแล้ว คำร้องขอให้พิจารณาใหม่นี้เกิดขึ้นหลังมีคำพิพากษา คำสั่งศาลที่สั่งคำร้องนี้ จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้ร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายใน ๑๕ วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้จำเลย เป็นการขัดกับบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าได้มีบทยกเว้นในตอนท้ายวรรคต้นของมาตรานี้ด้วยว่า ถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในระยะเวลาที่บัญญัติไว้ตอนต้นโดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง การที่จำเลยไปอยู่ต่างประเทศ โดยไม่ทราบว่าคตนถูกฟ้องและถูกศาลพิพากษาให้แพ้คดี ย่อมถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่ไม่อาจบังคับได้ ครั้นเมื่อจำเลยกลับมาทราบว่าถูกฟ้อง จำเลยก็ได้ยื่นคำขอพิจารณาใหม่ทันทีในวันรุ่งขึ้น คำร้องของจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวแล้ว

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ ยง เหลืองรังษี ประมูล สุวรรณศร เสนอ บุณยเกียรติ

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ