คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5542/2533

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นายสำรอง กับพวก จำเลย - นางแตงโม

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ป.พ.พ. ป.วิ.พ.

3. เนื้อหา

การที่จำเลยสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำที่ดินของโจทก์นั้น มิใช่เป็นการปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1312 จำเลยต้องรื้อถอนออกไป

ที่จำเลยฎีกาว่า สิ่งปลูกสร้างคดีนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับโรงเรือนเพราะปลูกสร้างแน่นหนามั่นคงติดกับที่ดิน และพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ. 2497 ให้ถือว่ากำแพงเป็นอาคารด้วยนั้นจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในประเด็นข้อนี้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย


โจทก์ทั้งห้าฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๙๑๗ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖ โจทก์ที่ ๓ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๑๙๓ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖/๑ โจทก์ที่ ๔ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๑๙๒ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖/๒ และโจทก์ที่ ๕ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๐๙๑ และ ๑๔๑๙๐ พร้อมบ้านเลขที่ ๑๑๖/๓ และ๑๑๖/๔ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตรอกหน้าวัดหัวลำโพง แขวงสี่พระยาเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ที่ดินของโจทก์ทั้งห้าดังกล่าวมีอาณาเขตติดต่อกันและบ้านก็เป็นตึกแถวติดต่อกัน จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๗๗๘ อยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ทั้งห้าทางด้านทิศตะวันตก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ จำเลยก่อสร้างกำแพงคอนกรีตตามแนวเขตที่ติดต่อกันนั้นรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งห้าประมาณ ๑๐เซนติเมตร ตลอดแนว โดยไม่นำพาต่อการทักท้วงของโจทก์ทั้งห้าโจทก์ทั้งห้าแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้อง จำเลยก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมาขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตที่รุกล้ำ มิฉะนั้นให้โจทก์ทั้งห้ารื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งห้ามิใช่เจ้าของที่ดิน จำเลยสร้างรั้วคอนกรีตตามแนวเขตที่ดิน และแนวกำแพงตึกแถวเลขที่๑๑๖-๑๑๖/๔ ซึ่งมีอยู่ก่อน มิได้รุกล้ำแนวเขต ถ้าจะรุกล้ำก็ไม่ถึง๑๐ เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม จำเลยสร้างขึ้นโดยสุจริต โจทก์ทั้งห้าไม่เคยโต้แย้งหรือแจ้งให้แก้ไข ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อกำแพงที่สร้างรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งห้าออกไปพ้นแนวเส้นตรงระหว่างกึ่งกลางหลักหมุดเสาหินเลขที่ พ.๑๒๑๙ (ตามภาพถ่ายหมาย จ.๗ ภาพ ข.) และหลักหมุดข.ท.ด. ๐๖๘๘๙ (ตามภาพถ่ายหมาย จ.๔๔) มิฉะนั้นให้โจทก์รื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ว่าถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่ายนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยสร้างรั้วและกำแพงรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์จริง และโดยไม่สุจริตทั้งกรณีรั้วกำแพงที่จำเลยสร้างรุกล้ำก็มิใช่เป็นการปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า สิ่งปลูกสร้างคดีนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับโรงเรือนเพาะปลูกสร้างแน่นหนามั่นคงติดกับที่ดิน และพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๔๗๙ ให้ถือว่ากำแพงเป็นอาคารด้วยนั้นจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในข้อนี้ไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วพิพาทให้พ้นแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งห้านั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ อุไร คังคะเกตุ ไมตรี กลั่นนุรักษ์ สุวิทย์ ธีรพงษ์

5. ที่มา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ