Smart Deka - คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6182/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6182/2533

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นายชมพู จำเลย - นายแดง กับพวก

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ.2537 4 6 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์พ.ศ.2537 ม.4 ม.6

3. เนื้อหา

พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 6 บัญญัติให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ ขึ้น และมาตรา 4ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "ผู้สร้างสรรค์" ไว้ว่า หมายถึง ผู้ทำหรือก่อให้เกิดงานโดยความคิดริเริ่มของตนเอง จากคำจำกัดความดังกล่าวผู้ที่จะได้ชื่อ ว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ทำหรือก่อให้เกิดงานขึ้นจากความคิดริเริ่มด้วยตนเอง มิใช่เป็นการลอกเลียนแบบจากของจริงจากธรรมชาติ หรือลอกเลียนแบบจากงานผู้อื่น ทั้งที่ปรากฏเป็นรูปร่างหรือภาพถ่าย งานที่โจทก์อ้างว่าโจทก์มีลิขสิทธิ์ตามฟ้องนั้น เป็นงานที่เกิดจากการถอด รูปแบบมาจากของจริงตามธรรมชาติบ้าง ลอกเลียนแบบจากความคิดริเริ่มของผู้อื่นที่ได้สร้างสรรค์ ไว้แล้วบ้าง และลอกเลียนแบบจากนิตยสารอื่น ๆ บ้าง งานของโจทก์ดังกล่าวจึงมิใช่เป็นงานที่โจทก์สร้างสรรค์ ขึ้นโดยความคิดริเริ่มของโจทก์เอง โจทก์จึงมิใช่ผู้สร้างสรรค์ ตามความหมายแห่งมาตรา 4ของ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 จึงไม่มีลิขสิทธิ์ในแบบรูปปั้นหล่อทองเหลืองตามฟ้อง.


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ ทำหรือก่อให้เกิดงานศิลปกรรมประเภทประติมากรรม สร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้และโจทก์ได้ทำหนังสือแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของรายชื่อผลงานประติมากรรมไปให้กรมศิลปากรทราบทั้งออกเอกสารเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบแล้ว จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำซ้ำและดัดแปลงผลงานประติมากรรมรูปปั้นหล่อทองเหลืองประเภทรูปนกและรูปคนรวม 5 รายการของโจทก์ เพื่อนำออกจำหน่ายทางการค้าโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 24, 27, 43 และ 44ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง

จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 24(1), 27(1), 43 วรรคสอง และ 44 วรรคสองการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดสองกรรม เรียงกระทงลงโทษ โดยให้จำคุกกระทงละ 6 เดือน และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวมสองกระทงจำคุก 12 เดือน และปรับ 200,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2527 โจทก์ได้ร้องทกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ว่า จำเลยที่ 1 ละเมิดลิขสิทธิ์รูปปั้นหล่อทองเหลืองของโจทก์ ต่อมาบุตรชายของโจทก์ได้พาตำรวจไปตรวจค้นร้านโอเรียนเต็ลแกลเลอรี่ของจำเลยที่ 1 ยึดรูปปั้นหล่อทองเหลือง 118 ชิ้น เป็นของกลาง ซึ่งมี 7 รูปแบบ ตามวัตถุพยานหมาย วจ. 1 ถึง วจ. 7 และจับกุมจำเลยที่ 1 ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรัก อันเป็นท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย ล.14 และ ล.15 โดยเหตุผลที่ว่า ผลงานตามแบบรูปปั้นทองเหลืองของกลางที่ยึดได้จากร้านของจำเลยที่ 1 นั้น ไม่ใช่งานสร้างสรรค์ของโจทก์ แต่เป็นงานที่โจทก์เลียนแบบมาจากนิตยสารและสิ่งที่เป็นธรรมชาติ โจทก์จึงฟ้องคดีเองเป็นคดีนี้

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า โจทก์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในผลงานแบบรูปปั้นหล่อทองเหลืองตามฟ้องหรือไม่เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 6 บัญญัติให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้น และมาตรา 4 ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "ผู้สร้างสรรค์" ไว้ว่าหมายความถึง ผู้ทำหรือก่อให้เกิดงานโดยความคิดริเริ่มของตนเองจากคำจำกัดความดังกล่าวผู้ที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างสรรค์นั้นจะต้องเป้นผู้ที่ทำหรือก่อให้เกิดงานขึ้นจากความคิดริเริ่มด้วยตนเอง มิใช่เป็นการลอกเลียนแบบจากของจริงจากธรรมชาติ หรือลอกเลียนแบบจากงานของผู้อื่นทั้งที่ปรากฏเป็นรูปร่างหรือภาพถ่าย ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าโจทก์เป็นผู้สร้างสรรค์งานอันเป็นแบบรูปปั้นหล่อทองเหลืองตามฟ้องหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของตัวโจทก์เองที่เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านว่า แบบรูปปั้นหล่อทองเหลืองของโจทก์ตามฟ้องโจทก์ได้สร้างขึ้นจากประสบการณ์ที่ดูจากของจริงดูจากธรรมชาติ ดูจากของที่คนอื่นทำขึ้น ดูจากตำราและนิตยสารอื่นและได้ความจากคำเบิกความของนายอิฐ พยานของโจทก์เองซึ่งเป็นคณบดี คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านว่าวัตถุพยานที่เป็นพวกยิมนาสติกก็ดี ที่เป็นพวกสัตว์ก้ดีเป็นรูปแบบตามธรรมชาติที่มีมาเป็นเวลาช้านานแล้ว จากคำเบิกความของตัวโจทก์และของนายอิฐ พยานโจทก์ดังกล่าวแสดงว่างานที่โจทก์อ้างว่าโจทก์มีลิขสิทธิ์ตามฟ้องนั้น เป็นงานที่เกิดขึ้นจากการถอดรูปแบบมาจากของจริงตามธรรมชาติบ้างลอกเลียนแบบจากความคิดริเริ่มของผู้อื่นที่ได้สร้างสรรค์ไว้แล้วบ้าง และลอกเลียนแบบจากนิตรสารอื่น ๆ บ้าง งานของโจทก์ดังกล่าวจึงมิใช่เป็นงานที่โจทก์สร้างสรรค์ขึ้นโดยความคิดริเริ่มของโจทก์เอง โจทก์จึงมิใช่เป็นผู้สร้างสรรค์ตามความหมายแพ่งมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521โจทก์จึงไม่มีลิขสิทธิ์ในแบบรูปปั้นหล่อทองเหลืองตามฟ้อง คดีจึงไม่มีทางที่จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ตามฟ้องได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานของโจทก์หรือไม่ ทั้งไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในข้ออื่นอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว"

พิพากษายืน.

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ ตัน เวทไว บุญส่ง วรรณกลาง วิทวัส อยู่วัฒนา

5. ที่มา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

6. หมายเหตุ

หมายเหตุเงื่อนไขของงานที่จะได้รับลิขสิทธิ์ประการหนึ่งก็คือ งานนั้นจะต้องเป็นงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างขึ้นเอง โดยมิได้ลอกเลียนรูปแบบงานของผู้อื่นมากฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศต่าง ๆมักจะบัญญัติเงื่อนไขข้อนี้ไว้ด้วยเสมอโดยใช้คำว่า "original"เป็นคุณศัพท์จำกัดงานที่จะได้รับลิขสิทธิ์ไว้ เช่น ในมาตรา 1 แห่งCopyright,DesignsandPatentsAct1988 ของอังกฤษและในมาตรา102 แห่ง Titie170ftheUnitedStatesCode ฉบับแก้ไขเมื่อ1 มีนาคม ค.ศ. 1989 ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ในกฎหมายไทยนั้น พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มิได้บัญญัติเงื่อนไขเกี่ยวกับ Originality กำกับคำว่า "งาน" ที่จะมีลิขสิทธิ์เอาไว้ด้วยซ้ำ แต่คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้กลับตีความไปไกลจนถึงขนาดว่า งานที่จะมีลิขสิทธิ์ได้นั้นจะต้องมิได้เกิดจากการลอกเลียนแบบมาจากของจริงตามธรรมชาติหรือจากความคิดริเริ่มของผู้อื่น ทั้งนี้ โดยอาศัยนิยามศัพท์ของคำว่า "ผู้สร้างสรรค์"ในมาตรา 6 ที่ว่าหมายถึงผู้ทำหรือก่อให้เกิดงาน "โดยความคิดริเริ่มของตนเอง" ผลจึงทำให้โจทก์ซึ่งสร้างงานปฏิมากรรมรูปหล่อทองเหลืองเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ บ้าง รูปนักยิมนาสติกในท่าทางต่าง ๆ บ้างไม่ได้ริบลิขสิทธิ์ในงานที่โจทก์สร้างขึ้นเองนั้น และจำเลยซึ่งเป็นพ่อค้าขายงานศิลปต่าง ๆ สามารถทำซ้ำงานปฏิมากรรมของโจทก์ออกจำหน่ายหากำไรได้โดยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

การตีความกฎหมายลิขสิทธิ์ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้จะเป็นผลให้กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยมีเงื่อนไขแห่งการที่จะได้รับลิขสิทธิ์ที่ยากยิ่ง และยังจะอยู่ในสถานะที่แตกต่างจากหลักที่ถือกันอยู่ทั่วไปในกฎหมายลิขสิทธิ์ของต่างประเทศด้วย กล่าวคือ หลักพื้นฐานประการแรกของกฎหมายลิขสิทธิ์นั้นมิได้มุ่งที่จะคุ้มครองตัวความคิด (idea) เหมือนอย่างกฎหมายสิทธิบัตร หากแต่มุ่งที่จะคุ้มครองการแสดงออกของความคิด (expression) ในรูปแบบต่าง ๆดังนั้นกฎหมายลิขสิทธิ์จึงมิได้เน้นหรือให้ความสำคัญแก่ความคิดของงานว่าจะได้มาจากไหน แต่จะเน้นที่รูปแบบการแสดงออกว่าจะต้องเป็นรูปแบบที่ผู้สร้างจัดทำขึ้นเองโดยมิได้ไปลอกแบบมาจากงานของผู้อื่น ด้วยเหตุนี้ งานภาพถ่ายจึงมีลิขสิทธิ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายของคน สัตว์ หรือสิ่งของที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ดังตัวอย่างในคดี Burrow-LithographicCo.v.Sarony ซึ่งศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาตัดสินว่า โจทก์เป็นผู้ถ่ายภาพของ OscarWildeนักเขียนที่มีชื่อ จึงเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ในภาพถ่ายนั้น จำเลยทำสำเนาภายถ่ายนี้ออกจำหน่ายจึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์ เพราะภาพถ่ายนั้นเป็นงานอันมีต้นกำเนิดมาจากโจทก์เอง โดยโจทก์เป็นผู้จัดวางท่าทาง คัดเลือกเครื่องแต่งตัวและเครื่องประดับอื่น ๆแนะนำการออกสีหน้าและแววตา จัดสีและเงา สิ่งเหล่านี้ประกอบขึ้นเป็นภาพถ่ายที่เป็นผลมาจากน้ำพักน้ำแรงของโจทก์ทั้งสิ้น (ดูเอกสารประกอบการฝึกอบรมผู้พิพากษา หลักสูตรกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเรื่อง "องค์ประกอบของงานอันมีลิขสิทธิ์" โดย ผศ.มะพร้าว หน้า 10-13)

ข้อพิจารณาอีกประการหนึ่งก็คือ คำว่า "Original" ในกฎหมายลิขสิทธิ์นั้น มีความหมายแตกต่างกับคำว่า "novel" หรือ "ใหม่"ในกฎหมายสิทธิบัตรอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นคนละเรื่อง เพราะคำว่าใหม่ในกฎหมายสิทธิบัตรนั้นหมายถึงใหม่ในตัวความคิดที่เป็นที่มาของสิ่งประดิษฐ์โดยต้องใหม่ที่สุดในโลก คือต้องเป็นความคิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย แต่คำว่า original ในกฎหมายลิขสิทธิ์คงมีความหมายเพียงว่างานนั้นผู้สร้างสรรค์ได้สร้างทำขึ้นเองโดยใช้ความอุตสาหะของตนมิได้ลอกแบบมาจากงานของผู้อื่นเท่านั้นหาจำต้องเป็นงานใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเหมือนในเรื่องสิทธิบัตรไม่ (ดู "หลักทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์" โดยศ.คนึงลือไชย ในกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา จัดพิมพ์โดยบริการส่งเสริมงานตุลาการ หน้า 221).

จรัญภักดีธนากุล.

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ