คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9017/2538

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

1. คู่ความ

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นางกล้วยไม้ จำเลย - นายเทียนหยด

*หมายเหตุ: เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ smartdeka.com ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1598/38 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 55 ป.พ.พ. ม.1598/38 ป.วิ.พ. ม.55

3. เนื้อหา

การที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับรองบุตรของโจทก์และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วยกันเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน โจทก์ย่อมฟ้องรวมในคดีเดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรเพื่อให้เกิดสิทธิเสียก่อนแล้วจึงมาฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูในภายหลัง


โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2526 โจทก์กับจำเลยได้อยู่กินฉันสามีภริยา มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือเด็กชายเทา อาระยะกุลอายุ 3 ปี ต่อมาโจทก์เคยบอกกล่าวให้จำเลยไปจดทะเบียนรับเด็กชายเทาเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยมีหน้าที่ต้องร่วมอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายเทา ซึ่งจำเลยเคยจ่ายเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูเพียงปีเดียว นับแต่เดือนมิถุนายน2533 เป็นต้นมา จำเลยไม่ได้จ่ายอีกเลย โจทก์มีรายได้เพียงเล็กน้อยเด็กชายเทาเติบโตขึ้นมาทำให้ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูต้องเพิ่มขึ้น โจทก์ประสงค์ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูตลอดจนค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนแก่เด็กชายเทา ในอัตราเดือนละ 4,000 บาท นับแต่เดือนมิถุนายน 2533 เป็นต้นไปจนกว่าเด็กชายเทา เป็นเวลา 19 ปี คิดเป็นเงิน912,000 บาท โจทก์บอกกล่าวแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนรับรองว่าเด็กชายเทา อาระยะกุลหรืออุ้มเพชร เป็นบุตรของจำเลย ณ ที่ว่าการท้องที่ หากจำเลยไม่ไปขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนา ให้จำเลยชำระเงินทั้งสิ้น 912,000 บาท แก่โจทก์ และให้เด็กชายเทาอาระยะกุลหรืออุ้มเพชร อยู่ในความปกครองของโจทก์แต่เพียงผู้เดียว

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากจำเลย เพราะเด็กชายเทาไม่ได้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย สิทธิและหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูยังไม่เกิดขึ้น ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เด็กชายเทาเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายเทาให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 3,000 บาท โดยให้จำเลยชำระทุกวันสิ้นเดือนของทุกเดือนติดต่อกันไป นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดจนกว่าเด็กชายเทา บรรลุนิติภาวะ และให้เด็กชายเทาอยู่ในความปกครองของโจทก์แต่ผู้เดียว คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากจำเลยหรือไม่ เพราะในเวลาที่โจทก์ฟ้อง เด็กชายเทายังไม่ได้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย สิทธิและหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดู ระหว่างจำเลยและเด็กชายเทายังไม่เกิดขึ้น เห็นว่าการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับรองบุตรและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วยกัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน โจทก์ย่อมฟ้องรวมในคดีเดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรเพื่อให้เกิดสิทธิเสียก่อนแล้วจึงมาฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วยกัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน โจทก์ย่อมฟ้องรวมในคดีเดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรเพื่อให้เกิดสิทธิเสียก่อนแล้วจึงมาฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูในภายหลังดังที่จำเลยอ้าง"

พิพากษายืน

4. องค์คณะ

ชื่อองค์คณะ อร่าม หุตางกูร ไพศาล รางชางกูร สมพล สัตยาอภิธาน

5. ที่มา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

6. หมายเหตุ

หมายเหตุ

แสดงฎีกาอื่นที่เรื่องคล้ายกับฎีกาฉบับนี้

ข้อสงวน (1) ข้อมูลในเว็บไซต์ smartdeka.com มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเท่านั้น ผู้พัฒนาไม่รับรองความถูกต้องหรือ ครบถ้วนของข้อมูลใดๆ การใช้ข้อมูลเพื่ออ้างอิงตามกฎหมายควรใช้คำพิพากษาฉบับจัดพิมพ์เป็นหลัก
ข้อสงวน (2) เพื่อเป็นการสงวนข้อมูลส่วนบุคคล เว็บไซต์ Smart Deka ใช้ระบบ AI ในการตรวจค้นชื่อบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องในคดีและแปลงเป็นนามสมมุติ ชื่อบุคคลธรรมดาที่ปรากฎจึงอาจเป็นนามสมมุติ